คณะสงฆ์ไทย ช่วยเหลือชาวเนปาล

798782454249349
เหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ที่ประเทศเนปาลกลายเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะปรากฏว่าในโลกโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กมีผู้คนเผยแพร่ทั้งภาพปรักหักพังของบ้านเรือนและโบราณสถานมากมายที่ทรุดลงมา ภาพผู้คนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและเศร้าเสียใจจากการจากไปของญาติๆ

ส่วนอีกด้านหนึ่งได้นำเสนอภาพของคนตัดศีรษะของสัตว์อย่างโหดร้ายพร้อมกับคำบรรยายภาพว่าเป็นการฆ่าเพื่อบูชายัญเจ้าแม่กาธิมัย (Gadhimai) โดยชาวเนปาลเชื่อว่าจะช่วยให้เขาประสบความเจริญ สมปรารถนา และช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้หมดไปได้

หลายคนพยายามนำภาพทั้งสองนี้มาปะติดปะต่อกันว่าเหตุเกิดแผ่นดินไหวนั้นมาจากกรรมที่ชาวเนปาลฆ่าสัตว์เป็นจำนวนมากเพื่อบูชายัญ แต่เมื่อมองผ่านนักวิทยาศาสตร์กลับพบว่าเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง เนื่อง จากเนปาลเป็นประเทศยังอยู่ตรงบริเวณรอยที่แผ่นดิน 2 แห่งชนกัน จึงทำให้เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้งอยู่แล้ว และจะมีการไหวใหญ่ทุกครั้งเมื่อครบรอบ 70-80 ปี อีกด้วยสภาพบ้านเรือนเป็นอิฐไม่ได้ฉาบปูน มีสภาพหนาแน่น อีกทั้งสภาพโบราณสถานก็มีอายุหลายร้อยปี เมื่อเกิดอาฟเตอร์ช็อกก็อาจทำให้เสียหายหนักขึ้น

แต่การนำเสนอข่าวเป็นอีกเรื่องกับความช่วยเหลือที่ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไรก็ไม่สำคัญเท่ากับการยื่นมือเข้าไปช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ก็อย่างที่พระพุทธองค์ตรัสถึงคนที่ถูกลูกศรแทง การจะมามัวถามอยู่แต่ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน ลูกศรนี้ทำจากอะไร ใครยิง ยิงจากที่ไหน กว่าจะได้คำตอบคงจะเสียชีวิตก่อนเป็นแน่ สิ่งที่ควรทำอย่างเร่งด่วนคือการช่วยเหลือชีวิตให้ได้เสียก่อน

สำนักข่าวแห่งหนึ่งได้นำเสนอบทความเกี่ยวกับแผ่นดินไหวในเนปาลโดยนำเสนอผ่านความเชื่อของชาวพุทธที่ว่าเหตุการณ์ใดก็ตามที่เกิดขึ้นแล้วไม่ว่าจะดีหรือเลว ไม่จำเป็นจะต้องมาคร่ำครวญเสียใจ เพียงแต่คิดว่าสิ่งนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว เราไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ตอนนี้มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ทำได้ คือตั้งสติและหา วิธีรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นต่างหาก โดยอ้างสื่ออย่าง เฟซ บุ๊กของชาวพุทธแบบทิเบตว่าได้มีการส่งเวชภัณฑ์และนักบวชไปยังวัดจำนวนมากในเนปาล พร้อมกับนำผู้ประสบภัยสวดมนต์ระลึกถึงพระอวโลกิเตศวรอันเป็นพระโพธิสัตว์แห่งความกรุณาปรารถนาให้ทุกคนพ้นทุกข์ เป็นการช่วยเหลือด้วยสิ่งของก่อนแล้วจึงมอบกำลังใจไปพร้อมกัน

ขณะที่ข่าวสารชาวพุทธในเมืองไทย พระวิจิตร ธรรมาภรณ์ กล่าวว่า “พระธรรมทูตในอินเดียและเนปาลถือว่ามีส่วนสำคัญที่ช่วยส่งข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ เพื่อทำให้การทำงานของคณะสงฆ์ทางเมืองไทยมีความคล่องตัว ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว…”

โดยในสื่อออนไลน์เฟซบุ๊กของ สนง.ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมฯ วัดสระเกศ ได้เผยแพร่ความเคลื่อนไหวของคณะสงฆ์จากเหตุการณ์ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย. (แผ่นดินไหวเกิดวันที่ 25 เวลาบ่ายโมงตามเวลาในประเทศไทย) สมเด็จพระมหามังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม ได้มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล จึงมีบัญชาให้พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ กรรมการมหาเถรสมาคม ในฐานะประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร

และได้มอบหมายให้พระเทพโพธิวิเทศ หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย-เนปาล จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือขึ้นที่วัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล ซึ่งขณะนี้พระธรรมทูตที่ปฏิบัติหน้าที่ ในอินเดีย-เนปาล เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในเบื้องต้นแล้ว พุทธศาสนิกชนทั้งไทยและต่างประเทศ เมื่อรับรู้ข่าวสารนี้ต่างช่วยกันมาบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นจำนวนมาก

อีกทั้งยังมีคณะพระสงฆ์ไทย และคณะสงฆ์นานาชาติอีกส่วนหนึ่งร่วมกันสวดพระปริตรใต้ต้นพระศรีมหาโพธิและตามสถานที่ต่างๆ เหมือนที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ในธชัคคสูตรว่า “ภิกษุทั้งหลาย เมื่อเธอทั้งหลายระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์อยู่ ความกลัวก็ดีความหวาดสะดุ้งก็ดี ความขนพองสยองเกล้าก็ดี จักไม่มีเลย”

สิ่งที่คณะสงฆ์และชาวพุทธทั่วโลกไม่ว่านิกายไหนทำเวลานี้ จึงสะท้อนให้เห็นการช่วยเหลือทางร่างกายทั้งเรื่องอาหารและยา อีกทั้งอุปกรณ์ต่างๆ ว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นและต้องรวดเร็ว ขณะที่การเยียวยาจิตใจให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้งก็ต้องทำเคียงคู่ไปด้วยกัน

หากใครไม่อาจช่วยเหลือด้วยสิ่งของหรือเงินทองได้ ขอเชิญชวนกันมาร่วมสวดมนต์ก็นับเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งแล้ว

คอลัมน์ หน้าต่างศาสนา

บทความโดย พระมหาขวัญชัย กิตฺติเมธี สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมฯ วัดสระเกศ